หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้คิดค้นกระดาษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้คิดค้นกระดาษ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กุบไล ข่าน Kublai Khan ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนจีน

 


กุบไล ข่าน Kublai Khan ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนจีน

กุบไล ข่าน Kublai Khan ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนจีน

กุบไล ข่าน Kublai Khan ผู้ยิ่งใหญ่เหนือแดนจีน


 - กุบไล ข่าน : หยวนชื่อจู่ หรือ ซีโจ๊วฮ่องเต้  Emperor Shizu of Yuan บุคคลสำคัญของจีน


 - ชื่อราชวงศ์ คือ Setsen Khan


 - เป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์หยวนของจีนและจักรพรรดิ์ข่านองค์ที่ห้าของอาณาจักรมองโกล เป็นพระราช

    นัดดา เจงกิส ข่าน  


 - เกิด 23 กันยายน ค.ศ. 1215


 - เสียชีวิต 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1294 (อายุ 78 ปี)


 - เผ่าบอร์ไจกิ้น : Borjigin เป็นสมาชิกของกลุ่มย่อยมองโกลของ ตระกูล Kiyat 


 - ราชวงศ์หยวน


 - พระบิดา : โทลุย ( โทโลย ข่าน ) ผู้สำเร็จราชการแห่งจักรวรรดิมองโกล เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่

    สี่ของเจงกิส ข่าน กับบอร์เต


 - พระมารดา : ซอร์กากตานิ เบกิ (เจ้าหญิงเคไรต์) เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลและมีอำนาจมากที่สุด

    ในประวัติศาสตร์ ของมองโกล 


 - จักรพรรดินี : พระนางฉาปี้ (察必) Empress Chabi  / จักรพรรดินีน้ำบุย Empress Nambui -- แต่งหลังจาก

     พระนางฉาปี้สวรรตด


 - ชายา : เตกูลัน Tegulen Khatun


 - พระราชบุตร ( อาแค่บุตรชายนะ ไม่งั้นเยอะอะ )


-  1. องศ์ชายดอร์จี -  Dorji ลูกคนแรกเกิดจากเตกูลัน ผู้บัญชาการสำนักเลขาธิการและผู้บัญชาการ

            การทหาร จากปี ค.ศ. 1261 แต่ป่วยและเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย 30 ปี


- 2. มกุฏราชกุมารเจินจิน - Zhenjin เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังเมื่อวันที่ 5 มกราคม 1286 แปดปี

            ก่อนที่กุบไลข่าน จะสวรรคต ทำให้ลูกชายของเขาหรือหลานของกุบไลข่าน ขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน


- 3. องศ์ชายแมงกาลา - Manggala เจ้าชายแห่งอันซี (安西王) และเจ้าชายแห่งฉิน (秦王) ได้รับ    

            มรดกเป็นเขตแดนมากมายอย่าง อาณาจักรตังกุต เสฉวน และส่วนหนึ่งของทิเบต


- 4. องศ์ชายนมูคัน - Nomughan เจ้าชายแห่งเป่ยจิง หรือปักกิ่ง


- 5. องศ์ชายโตกอน - Toghon จ้าชายแห่ง เจิ้นหนาน ผู้โจมตีได๋เวียด หรือเวียดนามในปัจจุบัน และ

            พ่ายแพ้จนไม่สามารถเข้าพบกุบไลข่านได้อีก จึงถูกย้ายไปที่ ยางโจวในปี 1291 ซึ่งเขาเสียชีวิต

            ในอีก 10 ปีต่อมา



 - หลังจากการแบ่งแยกของจักรวรรดิแล้ว เขาประกาศชื่อราชวงศ์ของจักรวรรดิว่า "หยวนผู้ยิ่งใหญ่"


 - เขาสืบทอดตำแหน่งต่อจาก มงค์ ข่าน ( Möngke ) พี่ชายของเขาในฐานะข่าน ในปี 1260 แต่ต้อง

    เอาชนะ บะเราะกะฮฺ ข่าน (Ariq Böke) น้องชายของเขาในสงครามกลางเมือง Toluid ซึ่งดำเนินไปจนถึง

    ปี 1264 จนสามารถขึ้นตำแหน่งได้อย่างมั่นคง และเหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการแยกตัวของ

    จักรวรรดิ


 - อำนาจที่แท้จริงของกุบไลจำกัดอยู่ที่จักรวรรดิหยวน และญาติอื่นๆก็มีอำนาจที่ต่างออกไปในอาณาจักร

    มองโกลที่เคยเป็นแผ่นเดียวกันมาก่อน และนับถือศาสนาต่างกัน


 - จักรวรรดิมองโกลในเวลานั้น  อาณาจักรของเขาแผ่ขยายตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงทะเลดำ 

    จากไซบีเรียจนถึงอัฟกานิสถานในปัจจุบัน


 - ในปี ค.ศ. 1271 กุบไลได้ก่อตั้งราชวงศ์หยวนและอ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการสืบราชสันตติวงศ์

    ดั้งเดิมจากราชวงศ์จีนก่อนหน้า ได้โค่นอำนาจราชวงศ์ซ่งลงเปิดศักราชชาวมองโกลครองประเทศจีน


 - ราชวงศ์หยวนเข้ามาปกครองจีนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มองโกเลีย เกาหลี ไซบีเรียตอนใต้ และพื้นที่

    ใกล้เคียงอื่นๆ นอกจากนี้เขายังสะสมอิทธิพลในตะวันออกกลางและยุโรปในฐานะ จักรพรรดิและ

    ผู้ที่ปกครอง


 - การพิชิตราชวงศ์ซ่งของหยวนเสร็จสมบูรณ์และกุบไล ข่าน กลายเป็นจักรพรรดิที่ไม่ใช่ชาวฮั่นพระองค์

    แรกที่ปกครองประเทศจีนทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด


 - ในยุคสมัยของกุบไล ข่าน มีนักเดินทางสำรวจชาวตะวันตกมากมายเดินทางมาถึงดินแดนของราชวงศ์

    หยวนของกุบไล ข่าน นักเดินทางที่มีชื่อเสียงคนนึงมีชื่อว่า มาร์โค โปโล


 - ในยุคสมัยของกุบไล ข่าน นั้นมีความพยายามจะเข้าตี  ญี่ปุ่น พม่า( ได้มาบางส่วน ) แถบล้านนาของไทย

 ( ได๋เวียดและจามปา) เวียดนาม และ ชวา (อินโดนีเซีย) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ




วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566

เจงกิสข่าน ผู้ยิ่งใหญ่ของมองโกล และโลก (Genghis Khan)

 


เจงกิสข่าน ผู้ยิ่งใหญ่ของมองโกล และโลก (Genghis Khan)

เจงกิสข่าน ผู้ยิ่งใหญ่ของมองโกล และโลก (Genghis Khan)


เจงกิสข่าน ผู้ยิ่งใหญ่ของมองโกล และโลก (Genghis Khan)



 - เจงกิสข่านเป็นผู้ก่อตั้งและจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นอาณาจักรที่อยู่ติดกันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

หลังจาก ความตายของเขา


 - ประสูติ ค.ศ. 1162 – 25 สิงหาคม ค.ศ. 1227 นามว่า เตมูจิน


 - มีอำนาจโดยการรวมชนเผ่าเร่ร่อนหลายแห่งในทุ่งหญ้ามองโกล เป็นผู้ปกครองเผ่าทั้งหลายถูกเรียก

ว่าข่าน หรือเจงกิสข่าน 


 - บุคคลสำคัญที่รวมชนเผ่าในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา 


 - พิชิตพื้นที่ส่วนใหญ่ของยูเรเซียบุกเข้ามาไกลออกไปทางตะวันตก เลกนีซา  เป็นเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้

ของโปแลนด์ และไกลออกไปทางใต้ถึงฉนวนกาซา


 - เขาเปิดศึกกับอาณาจักร Qara Khitai คาราคิไต (เหลียวตะวันตก) , Khwarazmian จักรวรรดิควาราซเมียน

หรือควาเรซเมียนเป็นอาณาจักรมุสลิมสุหนี่สไตล์เตอร์โก-เปอร์เซีย  ซึ่งปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียกลาง

ในปัจจุบัน อัฟกานิสถาน และอิหร่าน  , เซี่ยตะวันตก บริเวณที่ปัจจุบันเป็นเขตกานซู ชิงไห่ ซินเจียง

 มองโกเลียนอก มองโกเลียใน ส่านซี และหนิงเซี่ย ของจีน


 - เข้าทำศึกยึด ราชวงศ์จินถูกมองโกลนำกำลังทหารเข้ายึดไคฟงได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1234 (พ.ศ. 1777)

 และบรรดาลูกหลานของเขาได้บุกเข้าไปถึง จอร์เจียยุคกลาง,Circassia ซีร์คัสเซีย


 - เข้ายึดโวลก้าบัลแกเรียหรือโวลก้า–คามาบัลแกเรีย ปัจจุบันคือรัสเซียยุโรป ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1223

 ใกล้ซามารา กองทหารรักษาการณ์ล่วงหน้าของกองทัพเจงกิสข่านภายใต้คำสั่งของอูราน บุตรชายของ 

ซูบูไต ได้เข้าตีโวลก้าบัลแกเรียแต่พ่ายแพ้ในสมรภูมิซามาราเบนด์ ในปี ค.ศ. 1236 พวกมองโกลกลับมา

อีกครั้ง ในห้าปีก็ปราบปรามทั้งประเทศ ซึ่งขณะนั้นโวลก้าบัลแกเรียกำลังเดือดร้อนจากสงครามภายใน

โวลก้าบัลแกเรียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Ulus Jochi (อูลุส โจชิ)ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ Golden Horde

 (โกลเดนฮอร์ด)


 - จักรวรรดิรุสเคียฟ ในที่สุดก็ตกเป็นของของมองโกลในช่วงกลางศตวรรษที่ 13


 - ความสำเร็จทางทหารที่โดดเด่นของเขาทำให้เจงกิสข่านเป็นหนึ่งในผู้พิชิตที่สำคัญที่สุดตลอดกาล


 - เมื่อชีวิตของข่านผู้ยิ่งใหญ่จบลง จักรวรรดิมองโกลยึดครองเอเชียกลางและจีนในปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่


 - เจงกิสข่านและเรื่องราวการพิชิตของเขามีชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพราะมัน

มาซึ่งเป็นผลให้เกิดการทำลายล้างซึ่งนำไปสู่การลดจำนวนประชากรลงอย่างมากในบางภูมิภาค 

( บางพื้นที่มีการต่อต้านที่รุนแรง จึงถูกล้างเมือง )


 - นอกเหนือจากความสำเร็จทางทหารของเขาแล้ว ความสำเร็จด้านพลเรือนของเจงกิสข่านยังรวมถึง

การจัดตั้งกฎหมายมองโกลและการนำอักษรอุยกูร์มาใช้เป็นระบบการเขียนทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ของเขา


 - ชาวมองโกเลียในปัจจุบันถือว่าเขาเป็นบิดาผู้ก่อตั้งมองโกเลียในการรวมชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้า

และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นหนึ่งเดียว


 - เจงกิสข่านเสียชีวิตภายในแปดวันหลังจากเริ่มการรบครั้งสุดท้ายของเขากับเซี่ยตะวันตกในวันที่ 

18 สิงหาคม ค.ศ. 1227 วันที่เสียชีวิตของเขาจึงกล่าวกันว่าตรงกับวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1227

สาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของเขายังคงเป็นปริศนา และมีสาเหตุหลายประการจากความเจ็บป่วย

 การถูกฆ่าในสนามรบหรือจากบาดแผลจากการสู้รบ


 - ตามประวัติลับของชาวมองโกล เจงกิสข่านตกจากหลังม้าขณะล่าสัตว์และเสียชีวิตเนื่องจากอาการบาดเจ็บ


 - พงศาวดาร Galician–Volhynian ของโปแลนด์ มีการบันทึกไว้ว่า เขาถูกสังหารโดยกองทัพเซี่ยตะวันตกในสนามรบ


 - มาโค โปโล Marco Polo เขียนว่าเขาเสียชีวิตหลังจากการติดเชื้อจากบาดแผลลูกศรที่เขาได้รับระหว่าง

การศึกครั้งสุดท้าย 


 - แต่ก็มีการศึกษาวิจัยในยุคหลังที่บอกไว้ว่า เจงกิสข่าน อาจเสียชีวิตจากกาฬโรค เป็นสายพันธุ์ของโรค

ระบาดที่มีอยู่ใน เซี่ยตะวันตก ณ เวลานั้น


 - หลังจากที่เขาเสียชีวิต ร่างของเขาถูกส่งกลับไปยังมองโกเลียและสันนิษฐานว่าไปยังบ้านเกิดของเขา

ใน เฮ็นตี เป็นหนึ่งใน 21 จังหวัด ของมองโกเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ


 - ก่อนที่เจงกิสข่าน จะเสียชีวิต เขามอบหมายให้ Ögedei Khan เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง ขึ้นครองราชสมบัติ

เป็นข่านแทนเจงกิสข่าน เมื่อ 13 กันยายน ค.ศ. 1229 


 - ต่อมา หลานชายของเขาได้แยกอาณาจักรของเขาออกเป็นอาณาจักรข่าน ลูกหลานของเขาขยาย

จักรวรรดิมองโกลไปทั่วยูเรเซียส่วนใหญ่โดยการพิชิต จีน ราชวงศ์หยวน เกาหลี คอเคซัส เอเชียกลาง 

และส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้


 - กองทหารมองโกลยังประสบความสำเร็จในสงครามปิดล้อม ตัดทรัพยากรของเมืองและเมืองโดย

เปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำบางสาย จับเชลยข้าศึกและนำพวกเขาไปนำหน้ากองทัพ และรับเอาแนวคิด 

เทคนิค และเครื่องมือใหม่ๆ จากผู้คนที่พวกเขาพิชิต ใช้งานช่างเครื่องกลและวิศวกรมุสลิมและจีน

เพื่อช่วยกองทหารม้ามองโกลในการยึดเมืองต่างๆ


 - ยุทธวิธีอีกอย่างหนึ่งของกองทัพมองโกลคือการแสร้งทำเป็นถอยหนีเพื่อทำลายรูปแบบของข้าศึก

และหลอกล่อข้าศึกกลุ่มเล็ก ๆ ให้ออกห่างจากกลุ่มใหญ่ จากนั้นก็ทำการซุ่มโจมตีและโจมตีโต้กลับ


 - สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งขององค์กรทางทหารของเจงกิสข่านคือเส้นทางการส่งข่าวและเสบียงอาหาร

 เขาทุ่มเทให้กับการสร้างหน่วยข่าวงกรองรวบรวมข่าวสารต่างๆ ทั่วอาณาจักรเพื่อทำการศึก


 - จักรวรรดิมองโกลได้แผ่ขยายตั้งแต่ทะเลดำไปจดมหาสมุทรแปซิฟิก โดยทั้งหมดเริ่มที่จีนตอนเหนือ

 เปอร์เซีย  จนถึงสุดขอบทะเลตะวันออกกลาง 



 - พื้นที่ ที่เจงกิสข่าน ยึดได้นั่นตอนยังมีชีวิตอยู่ ฝั่งตะวันออก ตอนเหนือของจีน จรดญี่ปุ่น 

( บุกญี่ปุ่นแล้วโดนพายุ พ่ายแพ้ ) ฝั่งตะวันตกนั้น ยาวไปจนถึง ปลายประเทศคาซัคสถานในปัจจุบัน

จนถึงจะงอยของอิหร่าน หรือเปอร์เซีย ติดทะเลแคสเปี้ยน ด้านบนแถบตอนล่างของรัสเซีย ทางใต้นั้น

แถบ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน  


 - พื้นที่หลังจาก เจงกิสข่านจากไปแล้ว บุกทำศึกโดยลูกหลานของ เจงกิสข่านจนสุดไปที่ ทะเลโอคอตสค์

 ตามชายฝั่ง ยาวมาจนถึงเกาหลี ทะเลญี่ปุ่น จีนทั้งแผ่นดิน บางส่วนของ เวียดนาม ลาว พม่า ในปัจจุบัน

 เลาะผ่าน ปากีสถาน เทือกเขาหิมาลัย อัฟกานิสถาน เปอร์เซีย ( แต่ไม่แวะเข้าอนุทวีปอินเดียนะ )

ครึ่งนึงของเติร์ก ตรุกีในปัจจุบัน อาเซฮไบจาน จอร์เจีย แทบทะเลดำ โดนหมด แล้วก็ลากข้ามไปในยุโรป

 ที่เป็นที่ตั้งของ บางส่วนในโปแลนด์ รวมถึงที่ตั้งของ โรมาเนีย รัสเซีย เบลารุส ยูเครน


ตามที่ แผนที่  นี้เลย จากนั้นด้วยอาณาจักรที่ใหญ่และลูกหลานแบ่งการปกครองก็แยกเป็นการปกครอง

ตัวเองกันไป ที่จริงเคยบุกมาถึงล้านนา ด้วยนะสมัยก่อนแต่ต้องถอยกลับไป เก่งน่าดู บวกกับสภาพพื้นที่

ไม่คุ้นเคยมากถึงว่าไม่คิดแวะเข้าอินเดียเลยช่วงนั้น ป่าดิบเพียบ แค่ขึ้นเรือไปญี่ปุ่นก็เละเทะแล้ว พี่แก

ไปสู้ถึงอิตาลี อียิปต์ก็ไปเด้อ ลูกหลานแยกไปเป็น 


 - จักรวรรดิข่านชากาไต มีอาณาบริเวณตั้งแต่แม่น้ำอามูดาร์ยา (Amu Darya) ทางใต้ของทะเลอารัลไป

จนถึงเทือกเขาอัลไตในบริเวณเขตแดนที่ปัจจุบันคือมองโกเลียและจีน


 - โกลเดนฮอร์ด ปัจจุบันคือบริเวณรัสเซีย, ยูเครน, มอลโดวา, คาซัคสถาน, และ คอเคซัส  จากไซบีเรีย

และเอเชียกลางไปยังบางส่วนของยุโรปตะวันออก จากเทือกเขาอูราลถึงแม่น้ำดานูบทางทิศตะวันตก

 และจากทะเลดำถึงทะเลแคสเปียนทางตอนใต้ ขณะที่มีพรมแดนติดกับเทือกเขาคอเคซัสและ ดินแดน

ของราชวงศ์มองโกลที่เรียกว่า จักรวรรดิข่านอิล 


 - จักรวรรดิข่านอิล รอบคลุมพื้นที่ในตะวันออกกลาง บริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่ 

ดินแดนอยู่ในส่วนที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิหร่าน อาเซอร์ไบจาน และตุรกี อิรัก เรีย อาร์เมเนีย

 จอร์เจีย อัฟกานิสถาน เติร์กเมนิสถาน ปากีสถาน ส่วนหนึ่งของทาจิกิสถาน นับถือศาสนาอิสลาม ในช่วง

ทศวรรษที่ 1330 ถูกทำลายโดยกาฬโรค


 - ราชวงศ์หยวน ก่อตั้งขึ้นเมื่อกุบไลข่านผู้นำเผ่าชาวมองโกล ได้โค่นอำนาจราชวงศ์ซ่งลงได้ยึดแผ่นดินจีน

ได้รวบรัดทั้งหมด ธิเบต. เกาหลี จรดทะเลญี่ปุ่น ตอนใต้ของรัสเซียในปัจจุบันฝั่งเอเชีย และบางส่วนของ

พม่า 




วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566

ไช่หลุน ผู้คิดค้นกระดาษสมัยใหม่ Cai Lun

 


ไช่หลุน ผู้คิดค้นกระดาษสมัยใหม่ Cai Lun

ไช่หลุน ผู้คิดค้นกระดาษสมัยใหม่ Cai Lun

ไช่หลุน ผู้คิดค้นกระดาษสมัยใหม่ Cai Lun

 - ไช่หลุนเกิดราวๆปี ค.ศ. 50-62 จนถึงปี 121 บุคคลสำคัญของจีน

 - เป็นขันทีจีนในราชวงค์ฮั่นตะวันออก

 - เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ประดิษฐ์กระดาษและผุ้คิดค้นกระบวนการผลิตกระดาษสมัยใหม่

 - กระดาษในยุคแรกๆนั้นเริ่มต้นที่ คตศวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล 

 - เขาได้เพิ่มวัสดุใหม่เข้าไป เช่น เพิ่มเยื่อกระดาษจากเปลือกไม้ เส้นใยต่างๆลงไปในการผลิตกระดาษ

 - เขาเกิดที่เทศมลฑลกุ้ยหยาง ปัจจุบันคือ เหล่ยหยาง เข้ามาเป็นขันทีในราชสำนัก ช่วงปีค.ศ. 75

 - เขาทำงานรับใช้ในสมัยฮั่นหมิงตี้ และเป็นผู้ส่งสาส์นของ จักรพรรดิฮั่นจาง 

 - เขาได้รับตำแหน่ง ช่างฟางหลิง Shangfang ling รับหน้าที่ผลิตอาวุธ และเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงาน

    ในพระราชวัง

 - จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเขาอยู่ถูกข้าง ทำให้เขาขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของขันที 

    เป็นหัวหน้าขันทีของราชวัง


 - ในปี ค.ศ. 105 ไช่หลุน ประกาศต่อสาธารณชนว่าเขาได้คิดค้นองค์ประกอบใหม่สำหรับกระดาษ

    ด้วยกระบวนการผลิตกระดาษแบบใหม่ 


หลังจากในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีนนั้นใช้ไม้ไผ่และแผ่นไม้ (ไม้สำหรับข้อความสั้น และ

ไม้ไผ่สำหรับข้อความยาว) มาโดยตลอด รวมถึงผ้าไหมและผ้าในยุคหลัง แต่มันมีราคาแพงเกินไป 

เยื่อกระดาษของ ไช่หลุนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด


 - เขายังคงใช้ไม้ไผ่ แต่ยังนำเศษป่าน เศษผ้าเก่า ตาข่าย และที่สำคัญที่สุดคือ เปลือกไม้ (น่าจะเป็น

    ต้นหม่อน) นำมาต้มจนเปื่อย เป็นเยื่อกระดาษซึ่งตีด้วยค้อนไม้หรือหินก่อนที่จะผสมกับน้ำปริมาณมาก

    จากนั้นจึงนำส่วนผสมที่ได้นั้นมาแปรรูปด้วยตะแกรงไม้ และไล่น้ำส่วนเกินออก ปล่อยให้กระดาษแห้ง

    เมื่อเสร็จแล้ว


 - กระดาษที่เกิดจากวิธีนี้มักถูกเรียกว่า "กระดาษ ไช่ โฮ" (蔡侯纸) "Cai Hou paper"


 - ในสมัยโบราณงานเขียนและจารึกโดยทั่วไปจะทำบนแผ่นไม้ไผ่หรือบนผืนผ้าไหมที่เรียกว่า จี้ แต่ผ้าไหม

    มีราคาแพงและไม้ไผ่มีน้ำหนักมาก ไม่สะดวกที่จะใช้ จากนั้น ไช่หลุน ได้ริเริ่มแนวคิดในการทำกระดาษ

    จากเปลือกไม้ ป่าน เศษผ้าเก่า และอวนจับปลา เขาเสนอกระบวนท่าต่อจักรพรรดิในปีแรกของหยวนซิง

    (สมเด็จพระจักรพรรดิเหอแห่งราชวงศ์ฮั่น หรือ ฮั่นเหอตี้) ในรัชสมัยนี้กระดาษแผ่นแรกของโลกก็ถือ

    กำเนิดขึ้น


 - ไช่หลุนได้รับการยกย่องในความสามารถของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กระดาษได้ถูกใช้ในทุกหนทุกแห่ง

 และเรียกกันทั่วไปว่า "กระดาษท่านไช่" ถือเป็นบุคคลสำคัญในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีก 1 บุคคล

เด่นของจีนอีกคน นอกจาก กิมย้ง หรือ โจวโหยวกวง ที่คิดค้นอักษรพินอิน หรือถ้าไม่มีไช่หลุน 2 คนนั้น

อาจต้องเขียนนิยายลงบนผ้าไหม หรือ คิดอักษรบนซีกไม่ไผ่ หรืออาจจะใช้กระดาษสูตรของอียิปต์ก็เป็นได้


 - กระบวนการผลิตกระดาษแบบใหม่ของ ไช่หลุน สร้างความประทับใจให้กับเขา และสร้างชื่อเสียงไปทั่ว

    อาณาจักรจีน


 - ในปี 121 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอำนาจอีกครั้ง จากครั้งก่อนที่ไช่หลุน ไปพัวพันด้วย และเขาก็ถูก

    ล้างแค้นมีการสันนิษฐานว่าเขาถูกให้ตัดสินประหารชีวิตแต่เขานั้นชิงฆ่าตัวตายด้วยการดื่มยาพิษ 

    เสียก่อน